โพลปัญญาสมาพันธ์ชี้วัยทำงานมีความสุขน้อยที่สุด

โพลปัญญาสมาพันธ์ชี้วัยทำงานมีความสุขน้อยที่สุด

โพลปัญญาสมาพันธ์ชี้ วัยทำงานมีความสุขน้อยสุด อยากไกลความทุกข์ต้องรู้จักพอเพียง
 
 ในงานพิธีส่งมอบผลงานวิจัยของปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทยให้แก่ บมจ.ซีพี ออลล์เพื่อนำไปเผยแพร่ ที่ตึกซี.พี.ทาวเวอร์เมื่อวันก่อน มีหัวข้อเสวนาโดยนักวิชาการหัวกะทิไทยและเป็นคณะทำงานของปัญญาสมาพันธ์ฯ เรื่อง “ความมั่นใจต่อเศรษกิจไทย : เหลียวหลัง แลหน้า”ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากคือเรื่องความสุขและความทุกข์ของคนไทยและความพอดีว่าอยู่ตรงไหน? กับความวิตกกังวล การเงิน และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจตลอดจนการดิ้นรนหารายได้ของผู้คนในปัจจุบัน ฯลฯ  นำไปสู่ข้อสรุปที่ว่าจะสุขหรือทุกข์นั้นห่างกันแค่ปลายจมูก หากต้องการความสุขที่มากขึ้นทุกคนต้องรู้จักกับคำว่า “พอประมาณ”

 อ.ศิวพร ปกป้อง คณะกรรมการบริหารนโยบายและคณะทำงานปัญญาสมาพันธ์ และรองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ฯ เปิดเผยว่า “จากผลการวิจัยประเด็น “สุข-ทุกข์ โชคชะตา และความพอดีของคนไทย” ที่ได้ทำการสำรวจเป็นปีแรกจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 8,000 คนทั่วประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่า ตัวเลขค่าเฉลี่ยความสุขของคนไทยอยู่ที่ระดับ 6.22 คะแนน เพศหญิงมีความสุขกว่าเพศชายเล็กน้อย วัยรุ่นและผู้สูงอายุกว่า 50 ปีมีความสุขมากกว่าคนวัยทำงาน ส่วนคนใต้และคนภาคกลางมีความระดับความสุขสูงสุด คนภาคเหนือมีความสุขต่ำสุด และผู้ที่มีฐานะปานกลางเป็นผู้ที่มีความสุขมากกว่าคนทุกกลุ่ม โดยร้อยละ 50 ของกลุ่มตัวอย่างบอกว่าปีนี้มีความสุขไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ส่วนผู้มีอายุน้อยมีแนวโน้มเป็นผู้มีความสุขในปีนี้มากกว่าปี 52

 “ผลวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มคนวัยทำงานซึ่งเป็นฐานกลุ่มใหญ่ของประเทศ คือผู้ที่สร้างรายได้และทำงานหาเลี้ยงครอบครัว กลับมีความสุขน้อยกว่ากลุ่มวัยรุ่นและผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญเพื่อเข้ามาช่วยเหลือ ลดภาระและดูแลให้มากยิ่งขึ้น เช่นการสร้างงาน ทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้ได้มีเวลาพักผ่อน ไม่เครียดกับการทำมาหาเลี้ยงชีพมากเกินไป ได้มีความสุขทัดเทียมกับคนกลุ่มอื่นในสังคม สามารถเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐได้เต็มที่ และได้มองเห็นอนาคตของตนเองในวันหน้า ฯลฯ โดยเฉพาะคนจนที่เป็นคนในวัยทำงาน หากระดับความสุขยังต่ำกว่าคนอื่นแล้วและมีความทุกข์มากกว่ากลุ่มใด ๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงมากสำหรับสังคมไทยอย่างยิ่ง”
 ส่วนเรื่องความรวยกับความจนไม่ค่อยสะท้อนในเรื่องความสุขมากเท่าไหร่นัก แสดงให้เห็นว่าความสุขของมนุษย์ไม่ได้เกิดกับผู้ที่มีฐานะดีเสมอไป คนที่มีฐานะปานกลางกลับมีความสุขมากกว่าคนสองกลุ่มนี้  อาจเพราะคนชั้นกลางพยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองมากที่สุด ด้วยการทำงานมากขึ้นรวมทั้งพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มากกว่า

 “เมื่อจำแนกค่าความสุขตามกลุ่มอายุ พบว่าผู้ที่มีความสุขมากที่สุดคือ กลุ่มเด็กและเยาวชน เป็นเพราะคนกลุ่มนี้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองและไม่ต้องกังวลกับการหาเลี้ยงชีพใด ๆ แต่กลุ่มที่น่าสนใจอีกกลุ่มคือ ผู้สูงวัย ที่บอกว่าปีที่ผ่านมามีความสุขมากกว่าปีนี้ เพราะสภาพบ้านเมืองที่วุ่นวายทำให้ผู้สูงวัยปรับตัวยากเพราะเคยชินกับสภาพบ้านเมืองที่เรียบร้อยและกังวลถึงเหตุการณ์นี้อาจเกิดอีกในปีต่อไปด้วย”

 แต่เมื่อถามถึงความคาดหวังในครึ่งปีหลังของปี 53 หรืออีกสามเดือนข้างหน้าว่าระดับความสุขของคนไทยน่าจะเป็นอย่างไร รอง ผ.อ.ฝ่ายวิจัยและพัฒนาสถาบันแห่งชาติฯ กล่าวว่า ร้อยละ 26 คาดว่าคนไทยน่าจะมีความสุขมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 23 กลับเห็นว่าน่าจะมีความสุขลดลง ตัวเลข 1 ใน 4 ของคนทั้งสองกลุ่มนี้คาดว่าในอีกสามเดือนข้างหน้าคนไทยจะมีความสุขมากขึ้น

 “เราสามารถประเมินระดับความสุขของผู้คนได้บ้างจากการเชื่อมโยงกิจกรรมบางอย่างเพื่อพยากรณ์ เช่น หากใครมีเวลาหารายได้เพิ่ม ได้เข้าวัดทำบุญ ทานอาหารสำเร็จรูป และดูหนังร้องคาราโอเกะนอกบ้าน เหล่านี้ มากกว่า ในสามเดือนที่แล้ว รวมทั้งออกไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดและดูดวงน้อยกว่า สามเดือนที่แล้ว บุคคลนั้นมีแนวโน้มว่าจะมีระดับความสุขในปัจจุบันสูงกว่าคนกลุ่มอื่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางการใช้จ่าย คือเรื่องของการเงินและเศรษฐกิจชัดเจนด้วย”

 อีกเรื่องคือคนไทยกับโหราศาสต์อยู่คู่กันมาช้านาน โดยเฉพาะยามมีทุกข์ แต่ใช่ว่าธุรกิจนี้จะเฟื่องฟูตลอดไปและไม่ย่ำแย่เหมือนอย่างอื่น เพราะผลสำรวจ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้พึ่งโหราศาสตร์น้อยลง และสัดส่วนของการดูดวง ไม่ว่าจะมีมากเท่าเดิม เพิ่มขึ้นหรือน้อยลง ตัวเลขต่าง ๆ ก็ไม่ต่างกันมากนัก ส่วนภาคไหนชอบดูดวงมากที่สุด ผลสำรวจพบว่าเป็น ภาคอีสาน

 “แม้เทียบกับสองปีที่แล้ว จะยังฟังธงไม่ได้ว่าคนไทยมีความสุขมากขึ้นแต่อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ทราบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้แย่ลงไปกว่าเดิม และค่าระดับความสุขและความคาดหวังว่าจะพบอนาคตที่ดีขึ้นก็อยู่ในระดับดีอย่างที่เห็นอย่างชัดเจน สรุปได้ว่าทางออกของคนที่จะมีความสุขในชีวิตมากขึ้นคือ คนที่รู้จักพอประมาณ ขยันทำงานและพยายามช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด เหมือนอย่างคนที่มีฐานะปานกลางที่มีความสุขมากกว่าคนกลุ่มใด ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น” อาจารย์ศิวพร กล่าวทิ้งท้าย

 

ติดต่อเรา สยามฮาดอทคอม ได้ที่ อีเมล์ : webmaster@siamha.com มือถือ : 086-274-5774, 084-844-3709
สงวนลิขสิทธิ์ © 2017 สยามฮาดอทคอม
© Copyright 2017 SiamHa.Com All Rights Reserved.
โพลปัญญาสมาพันธ์ชี้วัยทำงานมีความสุขน้อยที่สุด